วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เรื่องราว

อนารยชนอพยพ

ธรอลล์ ผู้นำแห่งอนารยชนออร์คในอาณาจักรตะวันออกตื่นขึ้นจากฝันร้าย สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์กำลังจะเกิดขึ้น ธรอลล์ ได้รับคำแนะนำของ เมดีฟ ผู้พยากรณ์ ให้แล่นเรือและพาพวกอนารยชนออร์คที่เหลือทั้งหมดบนแผ่นดินตะวันออกแล่นเรือ ไปยังทิศตะวันตก สู่ดินแดนแห่ง คาลิมดอร์ อันเป็นสถานที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของ propret เขาจึงรวบรวมกองทัพที่เหลือ และช่วย Grom จากการคุมขังของมนุษย์ และได้แล่นเรือไป

การล่มสลายของ Lordaeron

Propret ในร่างอีกาที่บินผ่านภูเขาเพื่อจะไปปราสาทของราชา Teranas ทุกคนในปราสาทกล่าวกันเรื่องสงครามระหว่างพวก มนุษย์กับพวกออร์คอยู่ ราชา Teranas ได้พบเห็น Propret ที่บินไปมาจนลงมาถึงพื้น และ Propret กับ ราชา Teranas จึงพูดเรื่องประชาชน Lordaeron จนราชา Teranas สั่ง Propret ออกไปข้างนอกในที่สุด...

เจ้าชาย Arthas บุตรโทนของราชาเทเรนัส ได้ออกเดินทางไปพบกับ Uther อัศวินของ Lordaeron Uther ได้กล่าวถึงการที่พวกออร์คเข้ารุกรานหมู่บ้าน Strahnbrad Arthas จึงได้นำกำลังไปปลดลปล่อยหมู่บ้านแห่งนั้น

หลังจากขับไล่ออร์คออกไปได้ Uther ก็ต้องแยกตัวไป Arthas จึงเรียก Jaina มาสบทบ ทั้งสองได้เดินทางไปตาม King's Road และต้องพบศึกหนัก เนื่องจากกองกำลัง Scourge ได้รุกรานเข้าสู่ Lordaeron หลังจากทั้งสองสามารถกำจัด Kel'Thuzard ได้ ก็ยังต้อบพบกับศัตรูอื่นอีก แถมประชาชนในแถบชานเมืองยังถูกวางยาพิษให้กลายร่างเป็นซอมบี้เสียด้วย ในการรบที่ Heartegren Arthas จึงให้ Jaina ไปเรียก Uther มาเป็นการด่วน หลังจากที่ทราบเรื่องราว Uther ก็รู้ดีว่าเรื่องนี้หนักหนาเกินกว่าที่จะจัดการไหวแล้ว จึงให้ถอนทัพกลับเมืองเพื่อนเตรียมการรบจะดีกว่า แต่ Arthas ไม่ยอม เพราะไม่อาจละทิ้งประชาชนในชานเมืองที่ถูกพิษได้ ทั้งคู่จึงทะเลาะกัน และ Uther จึงได้นำตัว Jaina กลับ ปล่อยให้ Arthas สู้เพียงลำพัง

ระหว่างทาง Arthas ก็ได้พบกับเมดีฟ ซึ่งก็ได้เตือนให้แล่นเรือไปทางทิศตะวันตก แต่ Arthas ไม่ยอม ให้เหตุผลว่าเข้าไม่สามารถละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน และประชาชนได้

ก่อนการรบ Uther และ Jaina ได้เดินทางมาที่ค่ายของ Arthas Arthas ได้ออกคำสั่งกับทั้งคู่ว่าให้ร่วมดำเนินการรบด้วยกัน แต่ Uther ไม่รับคำสั่ง และทั้งสองก็กลับไป

Arthas ได้ทำการเผาและสังหารเมืองนี้อย่างราบคาบแล้ว Mal'Ganis ก็ได้ท้าท้ายและกล่าวกับเขาว่าตนจะไปรอที่ดินแดนน้ำแข็งทางเหนือ ให้มาสู้กันจนพ่ายไปข้างหนึ่ง Uther และ Jaina ภายหลังได้เข้ามาดูสภาพเมืองที่เต็มไปด้วยความตายและเปลวเพลิงนั้น เมดีฟ ก็ได้บินมาบอก Jaina ให้รวบรวมกำลังคนที่เหลืออยู่แล่นไปทางทิศตะวันตกเพื่อไปสู่ดินแดนแห่ง Kalimdor ซึ่งในที่สุด Jaina ก็ตกลง

หลายเดือนที่มา ทัพของ Arthas ก็มาถึง Northrend เพื่อกำจัด Mal'Ganis ซึ่งที่ค่ายแรก พวกเขาก็พบกับกับ Muradin ทั้งสองรุกไล่กองทัพ Scourge ได้

ไม่นานนัก Uther ก็ทราบข่าวจึงให้คนส่งข่าวมาบอกแก่ Arthas ว่าให้นำกองทัพทั้งหมดกับ Lordaeron ทันที Arthas ไม่ปฏิบัติตามและได้ทำลายเรือขนส่งที่มารอรับทั้งหมด เพื่อที่จะไม่ต้องกลับไป โดย Arthas ได้อธิบายแก่ทหารของตนฟังว่า กองทัพรับจ้างที่มาด้วยนั้นแอบทำลายเรือทั้งหมดลง

ในการเตรียมรบครั้งสุดท้าย Muradin ได้เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของดาบ Frostmourne Arthas คิดว่าดาบนี่จะมีพลังพอจะต่อกรกับกองทัพ Scourge ได้ แม้ว่าผู้เฝ้าดาบแห่งนั้นจะพยายามเตือนถึงพลังอำนาจของดาบอันนั้น มันบอกว่ามันไม่ได้ฆ่าผู้อื่นด้วยเหตุผลใดนอกจากปกป้องทุกคนจากมัน แต่ก็ไม่สำเร็จ Arthas พยายามจะปลดผนึก ถึง Muradin ห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง สุดท้ายเมื่อดาบถูกปลดผนึกมาได้ Muradinก็ต้องจบชีวิตลงเพื่อสังเวยให้แก่วิญญาณปิศาจในดาบและเมื่ออาร์ธัส ได้ครอบครองดาบ จิตใจของเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล และภายหลังการรบ Mal'Ganis ก็ถูกสังหาร ปิดการรบอันแสนยาวนานลง

Arthas หายตัวไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งที่ปราสาท Lordaeron ในฐานะของอัศวินแห่งความตาย และสังหารราชา Teranas บิดาของตัวเอง..

เส้นทางที่ถูกสาบ

หลังจากนั้น เขาได้เข้าร่วมกับกองกำลังสเคิร์จ และได้สังหารอูเธอร์ลง และปลุกวิญญาณของเคล ทูซาร์ดขึ้นมาเป็นเสนาธิการ ก่อนจะรุกไล่ไปกำจัดเหล่า High Elf เพื่อเอา Sun Well มาครอบครอง และจะได้คืนชีพให้แก่เคล ทรูซาร์ดอย่างสมบูรณ์ ซิลวานัส วินด์รันเนอร์ ผู้เฝ้าประตู พยายามจะปกป้องซันเวล แต่ก็ถูกอาร์ทาร์สสังหารอย่างเลือดเย็น และถูกคำสาปของอาร์ทาร์สให้ตกเป็นทาสรับใช้อันเดต

หลังจากได้คืนชีพอย่างสมบูรณ์ เคล ทูซาร์ดได้แนะนำให้อาร์ธัสเข้าสู่แดนเหนือที่สถิตของดาบฟรอสท์มอร์นอีกครั้ง เพื่อกำจัดออร์คเผ่า Blackrock & roll และคืนชีพให้แก่อคิมอนด์ อาร์ธัสและเคล ทูซาร์ดก็สามารถปฏิบัติมันได้อย่างเฉียบขาดจนธิคอนดริอุสเอ่ยปากชม และธิกคอนดริอุสกับอคิมอนด์ ก็ได้ทำลายแดนเหนือจนราบคาบ

รุกราน Kalimdor

กลับมาทางเผ่ายักษ์ ที่นำโดยทรอลล์ ทรอลล์ได้เดินทางไปในดินแดนเซนทอร์ และช่วยเหลือกองคาราวานของเคร์น หลังจากที่ทั้งสองแยกทางกัน ทรอลล์ก็ไปพบกับน้องชายของตน กรอม เฮลสกรีม และช่วยทำศึกกับมนุษย์จนได้รับชัยชนะ ทรอลล์ได้ออกเดินทางต่อ และให้น้องชายไปคุมกำลังยักษ์ที่ป่าใกล้ๆกับภูเขาไฮจัล [Month Hyjal] ณ ที่นั้นเอง กรอมได้สังหารเซนาเรียส ผู้ครอบครองฮอร์นของฟูเรี่ยนไว้ และหลังจากนั้น กรอมและทหารออร์คภายใต้การนำของเขา ได้ถูกครอบงำโดยมานนาร็อท แห่งอันเดต ที่ดูการต่อสู้อยู่นานนั่นเอง

กลับมาทางทรอล เขาได้เข้าปะทะกับมนุษย์หลายต่อหลายครั้ง จนครั้งหลังได้ปะทะกับมนุษย์ภายใต้การนำของไจน่า แต่ไจน่าได้หนีลงอุโมงค์ใต้ดิน ทรอลล์และเคร์นได้ติดตามเธอไป และภายในอุโมงค์นั้นเอง พร็อพเพ็ตก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และทำนายอนาคตอันน่ากลัวให้ทั้งสามได้รับฟัง เกี่ยวกับแผนการยึดต้นไม้แห่งโลกที่ตั้งอยู่ที่ภูเขาไฮจัลนั่น

ทั้งสามได้ตกลงร่วมมือกัน และออกมาสู่โลกภายนอก ตอนนั้นทรอลล์ได้รับการรายงานเรื่องของกรอม แม้มันจะน่าเจ็บปวด แต่เขาต้องสู้กับน้องชายของตัวเองที่ตกอยู่ใต้อำนาจของปิศาจ โดยพร็อพเพ็ตได้ให้ลูกแก้วเวทย์ที่จะถอนคำสาปแก่กรอมเอาไว้ก่อนจะจากไป ทรอลล์ เคร์น และไจน่า ได้ร่วมมือกัน และสามารถชนะกรอมได้ หลังจากที่กรอมฟื้นจากมนต์สะกด เขาก็ได้บอกพี่ชายเรื่องที่อยู่ของมานนาร็อท ทรอลล์ตัดสินใจจะไปกำจัดมานนาร็อท ไจน่าจึงเสนอความช่วยเหลือ แต่ทรอลล์ปฏิเสธ เพราะเป็นหนี้แค้นระหว่างออร์คและมานนาร็อท ไม่เกี่ยวกับเธอ จึงขอให้เธอรอพวกเขาอยู่ที่นั่น ทรอลล์ กรอม และเคร์น เหล่าออร์คทั้งสามได้มุ่งตรงไปยังที่อยู่ของมานนาร็อท และต่อสู้กันอย่างดุเดือด ถึงแม้จอมปิศาจมานนาร็อทจะถูกกำจัดได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของกรอม

จุดจบของนิรันดร

หลังการต่อสู้กับมานนาร็อท มนุษย์ภายใต้การนำของไจน่าและยักษ์ภายใต้การนำของทรอลล์ ได้ผนึกกำลังและเข้าสู่เขตของภูเขาไฮท์เจล ที่ตั้งของต้นไม้แห่งโลก ที่ในตอนนั้นควรจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของฟูเรี่ยน แต่เมื่อเขาได้ผนึกตัวเอง ก็ยกหน้าที่ให้แก่เซนาเรียส แต่เมื่อซานาริอัสตายลง ทายเรนดี้ วิสพาวินด์ จึงต้องออกมาลงมือด้วยตนเอง

เธอไม่ทราบถึงการคืนชีพของอชิมอนเดอร์ จึงเข้าใจการมาปรากฏตัวของกองกำลังพันธมิตรผิด ทายเรนดี้คิดว่าเผ่าพันธุ์ทั้งสองมาเพื่อแย่งชิงต้นไม้แห่งโลก เธอจึงรวบรวมกองกำลังเข้าเปิดศึก และเมื่อทั้งสองฝ่ายเพลี่ยพล้ำ อชิมอนเดอร์และกองกำลังสเคิร์จก็ปรากฏตัวออกมา ทายเรนดี้สั่งถอนทัพทันที แต่อชิมอนเดอร์เลือกที่จะไล่ตามเธอที่เป็นตัวอันตรายมากกว่าจะสนใจกองกำลัง พันธมิตร มันได้ทิ้งทหารไว้เพื่อจัดการกองกำลังพันธมิตร ส่วนตัวเองก็ออกตามล่าทายเรนดี้ชนิดพลิกแผ่นดิน แต่เธอก็ยังพากองกำลังเซนติเนลของเธอหลบรอดตาข่ายของอชิมอนเดอร์ออกไปได้

ทายเรนดี้ตัดสินใจจะปลุกชีพฟูริออลและเหล่าดูริดด์ขึ้นมาโดยใช้ฮอร์นของ ซานาริอัสที่ถูกกองกำลังสเคิร์จยึดไปได้ และกำลังจะไปถึงที่ซ่อนตัวของฟูริออลอยู่แล้ว เธอเปิดสงครามเพื่อชิงฮอร์นมาและใช้มันปลุกฟูริออลขึ้นจากการหลับไหล หลังจากฟูริออลได้ตื่นขึ้นแล้ว ก็เป็นคราวของดูริดด์ แต่โชคร้าย ที่เหล่าดูริดด์ ออฟ เดอะ ทอร์โร [Druid of the Talon] ถูกผนึกไว้ไกลจากที่นี่มาก และดูริดด์ ออฟ เดอะ คราวน์ [Druid of the Claw] ได้สูญเสียสติสัมปชัญญะจนกลายเป็นหมีบ้าคลั่ง ทายเรนดี้และฟูริออลออกตามหาเหล่าดูริดด์ที่กระจัดกระจายกันไปจนมาถึงที่คุม ขังของอิไลเด้นโดยไม่รู้ตัว ฟูริออลไม่ต้องการให้ความบ้าคลั่งของน้องชายตนเองมาทำให้เสียงานเช่นคราว ก่อนจึงไม่อยากไปช่วยปลดปล่อยอิไลเด้น หากแต่ทายเรนดี้ดื้อดึง ด้วยคิดว่าพลังของอิไลเด้นจะเป็นประโยชน์ต่อศึกนี้ เธอจึงแยกทางกับฟูริออลเพื่อไปช่วยอิไลเด้น ขณะที่ฟูริออลออกตามหาเหล่าดูริดด์ต่อไป

หลังจากทายเรนดี้ปลดปล่อยอิไลเด้นแล้ว ทั้งคู่ก็มาสมทบกับฟูริออล สองพี่น้องตระกูลสตรอมแรงจ์ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ทายเรนดี้จึงตัดปัญหาโดยการแยกอิไลเด้นให้ไปจัดการประตูปิศาจ ระหว่างภารกิจกำจัดประตูปิศาจของอิไลเด้น เขาได้พบกับอาร์ทาร์ส และต่อสู่กันพักใหญ่ จนทั้งคู่ประกาศพักรบ อาร์ทาร์สจึงล่าถอยไป แต่ยังคงจำความแค้นครั้งนี้เอาไว้ อิไลเด้นได้ปะทะกับธิกฮอร์ดิลัสและสามารถเอาชนะมาได้ แต่หลังจากที่เขาพังประตูปิศาจได้ ก็ได้ทำเกินคำสั่ง โดยการนำพลังปิศาจที่ได้รับมาเป็นของตนเอง และเมื่อทายเรนดี้และฟูริออลมาพบ เขาก็หนีไป

ตอนที่อิไลเด้นหนีไป พอดีกับที่อชิมอนเดอร์ได้รุกประชิดเขาไฮท์เจลพอดี ทั้งสองจึงไม่มีเวลาติดตามอิไลเด้นที่หนีไปได้ แต่ในคืนก่อนการรบ ทั้งสองได้พบกับพร็อพเพ็ต ที่พาทรอลล์และไจน์น่ามาด้วย พร้อมกับบอกชะตาอนาคตถ้าหากอชิมอนเดอร์ชนะ ทายเรนดี้และฟูริออลจึงยอมเชื่อในคำพูดของทรอลล์และไจน์น่า พร้อมกับรวมกำลังกันต้านอชิมอนเดอร์และกองกำลังสเคิร์จ

ในการต่อสู้ครั้งนั้น ฟูริออลได้วางแผนการนำวิญญาณแห่งต้นไม้ทั่วโลกมาใช้เพื่อกำจัดอชิมอนเดอร์ อย่างเด็ดขาด แต่การเตรียมการนั้นต้องใช้เวลา สี่ผู้นำจึงตกลงกันว่าจะถ่วงเวลากองกำลังของอชิมอนเดอร์เอาไว้จนกว่าจะถึง เวลานั้น เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น กองกำลังพันธมิตรได้แบ่งกันไปประจำในเส้นทางที่จะไปยังต้นไม้แห่งโลก และผู้ที่ต้องเข้าปะทะก่อนคือกองกำลังของไจน์น่า ที่มีทายเรนดี้เป็นกองหนุน ทั้งสองต้านเอาไว้ได้เพียงคืนเดียว อชิมอนเดอร์ก็รุกรานมาถึงหน้าค่าย ไจน์น่าและทายเรนดี้จึงจำต้องทิ้งค่ายเพื่อให้ทหารส่วนมากรอดชีวิต ทายเรนดี้หนีไปถึงค่ายของทรอลล์ และแจ้งข่าวเรื่องค่ายของไจน์น่าแตก ทรอลล์จึงเตรียมกำลังพร้อมรบทันที แต่ค่ายของทรอลล์เองก็ทนได้เพียงวันกว่าๆเท่านั้น สุดท้ายฟูริออลและทายเรนดี้จึงต้องรวบรวมกำลังทั้งหมดของพวกเขาเพื่อต้านทาน กองกำลังของอชิมอนเดอร์ และแล้วในที่สุด วิญญาณต้นไม้ทั่วโลกก็ได้มารวมตัวกันพอดีกับที่ฟูริออลและทายเรนดี้พลาดท่า ปล่อยให้อชิมอนเดอร์รุกเข้าไปใกล้ต้นไม้แห่งโลก พลังของวิญญาณต้นไม้ทั้งหมดจึงระเบิดร่างของอชิมอนเดอร์ไปพร้อมๆกับต้นไม้ แห่งโลก ทว่า...เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ต้นไม้แห่งโลกนั้น แม้โดนพลังทำลายล้างสูงขนาดนั้นเข้าไป กลับไม่สะเทือนแม้แต่นิดเดียว ผิดกับอชิมอนเดอร์ที่สลายไป ไม่เหลือแม้แต่วิญญาณ

เผ่าพันธุ์ทั้งสี่

  • Human Alliances = พันมิตรมนุษย์ เผ่าพันธุ์ที่เป็นเผ่าแรกเริ่มของเกม ในภาคเนื้อเรื่อง จะมีตัวละครหลักเป็นอาร์ธัส [Prince Arthas] บุตรโทนของราชาเทเรนัสแห่ง Lordaeron และตัวละครสำคัญอื่นๆคือ
    • อูเธอร์ เดอะ ไลท์บริงเกอร์ [Uther the Lightbringer] อัศวินชั้นสูงแห่ง Lordaeron
    • ไจน่า พราวด์มอร์ [Jaina Proudmoore] ผู้เป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็กและคนรักของอาร์ธัส เป็นศิษย์ของนักเวทย์อันดับหนึ่งนาม แอนโทนิดัส แห่ง คิริน ทอร์
    • มูราดิน บรอนซ์เบียร์ด [Muradin Bronzebeard] หัวหน้าพวกนักรบของนอร์เธรินด์ [Northrend]
  • Undead = กองกำลังผีดิบ ในเนื้อเรื่องจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เรียกกันว่า Burning Legion และ Scourge เป็นปิศาจที่หมายจะกำจัดทุกสิ่ง มีเวทมนตร์อันตรายมากมาย และแข็งแกร่งจนน่ากลัว ตัวละครหลักคืออาร์ธัสเช่นกัน หากแต่เป็นอาร์สผู้เลือดเย็น อัศวินแห่งความตายแห่งอันเดต และมีกองกำลังอื่นๆคือ
    • เคล ทูซาร์ด [Kel’Thuzad] เนโครแมนเซอร์ที่เคยถูกอาร์ทาร์สและไจน่าร่วมมือกันสังหาร แต่ปัจจุบันถูกอาร์ธัสปลุกชีพขึ้นมาเป็นผู้ช่วยสำคัญ
    • มานนาร็อท [Mannoroth] ปิศาจผู้ครองแดน Outland มีความสามารถในการสะกดจิตใจ และเป็นปิศาจที่ล้างสมองเผ่า WarSong ของกรอม
    • ธิคอนดริอุส [Tichondrius] แวมไพร์แห่งกองกำลัง Burning Legion และยังเป็นนายทัพของ Scourge
    • อัร์คิมอนด์ [Archimonde] ปิศาจแห่งกองกำลัง Burning Legion มีแผนการจะยึดครองพลังจากต้นไม้แห่งโลก [World Tree]
  • Orc = ยักษ์ ในอดีตเป็นเผ่าพันธุ์ที่บ้าคลั่งด้วยฝีมือของกองกำลังปิศาจ Burning Legion ที่ถูกเรียกมาด้วยพลังของคนทรยศนาม Ner’zhul [หรือก็คือLich Kingแห่งอันเดต] เดิมมีเมืองเป็นหลักแหล่งแต่ถูกกองกำลัง Burning Legion ทำลายล้าง ปัจจุบันมีเพียงออร์คบางพวกที่หลุดพ้นจากเวทมนตร์ได้ ในภาคนี้ เนื้อเรื่องจะมีตัวหลักเป็นทรอลล์ [Thrall] บุตรของดูราทาน [Duratan] มีศักดิ์เป็น Warchief of the horde ตัวละครอื่นๆคือ
    • กรอม เฮลสกรีม [Grom Hellscream] ผู้เลือดร้อนแห่ง Warsong Clan
    • เคร์น บลัดฮูฟ [Cairne Bloodhoof] ศักดิ์คือ Tauren Chieftain ผู้ควมคุมทหาร Tauren
  • Night Elf = ไนท์เอลฟ์ ที่จริงแบ่งแยกได้หลายสายพันธุ์ [เช่น High Elf] แต่หลักๆจะเน้นที่ Night Elf ที่นับถือเทพแห่งดวงจันทร์นามอีลูน [Elune] นั่นคือกลุ่มเซนติเนล [Sentinel] นำโดย ทายเรนเดอ วิสเปอร์วินด์ [Tyrande Whisperwind] ศักดิ์คือ แม่ชี แห่ง ดวงจันทร์[Priestess of the Moon] และอีกกลุ่มที่สำคัญคือดรูอิด [Druid] ที่นำโดยฟูเรี่ยน สตรอมเรจ [Furion Stormrage] คนรักของทายเรนเดอ หากแต่ในภาคก่อนๆนั้น ได้ระบุเอาไว้ว่าฟูเรี่ยนและเหล่าดรูอิดได้ทำพิธีผนึกตัวเองเอาไว้ เอลฟ์อื่นๆที่สำคัญก็มีดังนี้
    • อิลิเดี้ยน สตรอมเรจ [Illidan Stormrage] น้องชายแท้ๆของฟูเรี่ยน แต่ทั้งคู่กลับไม่ลงรอยกันเพราะหลงรักคนคนเดียวกัน นั่นคือทายเรนเดอ และอิลิเดี้ยนได้ก่อการทรยศในวอร์คราฟภาคก่อนๆ จึงถูกลงโทษเอาไว้
  • ตัวละครอื่นๆ
    • เซนาเรียส [Cenarius] ผู้ครอบครองฮอร์นที่สามารถปลุกการจำศีลกองกำลังดรูอิดของฟูเรี่ยนได้ เป็นตัวละครสำคัญของไนท์เอลฟ์ในภาคก่อน แต่ภาคนี้จะไม่มีบทมากนัก เพราะจะโผล่มาในฉากของออร์ค และถูกสังหาร
    • คิล เจย์ดิน [Kil’jaeden] หัวหน้ากองกำลัง Burning Legion ไม่โผล่ในภาคนี้ แต่จะมีบทในภาค วอร์คราฟต์ 3: บัลลังก์น้ำแข็ง (Frozen Throne)
    • ซิลวานิส วินด์รันเนอร์ นักธนูแห่ง High Elf เป็นผู้คุมประตูจันทราสีเงิน [Silver Moon] ทั้งสามก่อนจะไปถึงซันเวล [Sun Well] ถูกอาร์ธัสสังหารและยังถูกสาปให้กลายเป็นผีร้าย [Banshee] อีกด้วย

Warcraft III: Reign of Chaos

วอร์คราฟต์ 3 (Warcraft III: Reign of Chaos) เป็นเกมคอมพิวเตอร์ ภาคต่อในชุดเกมส์วอร์คราฟต์ สำหรับวินโดวส์ และ แมคอินทอช ต่อจากภาค สอง เกม วอร์คราฟต์ 3เป็นเกมส์สงคราม มีให้เลือก 4 เผ่าพันธุ์ด้วยกัน เช่น มนุษย์ อ็อค อันเดด ไนท์เอลฟ์ พัฒนาโดย blizzard entertainment เริ่มผลิตเมื่อ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2002